บ่อนคาสิโนมาเก๊าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนอายุยืน

คาสิโนมาเก๊า

 

ชีวิตประจำวันของคุณตาชาน ชาวบ้านในหมู่บ้านโคโลอาน  วัย 91 ปี ของประทศมาเก๊า ก็คือการออกไปเดินเล่นบนเส้นทางโปรดที่ชายหาดซึ่งอยู่ติดกับคาสิโน ทุกๆ วัน มีบางครั้งที่เดินแว่บไปที่สวนสาธารณะบ้าง  คุณตาชานกล่าวว่า ... ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันอยู่นอกบ้าน ฉันและภรรยานั่งเล่นที่ท่าเรือและชื่นชมวิวที่สวยงามใกล้ๆคาสิโน ชีวิตของเราเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ ”  คุณตาซานกล่าว

จากข้อมูลใน The World Factbook ปี 2015 ซึ่งจัดทำโดย สำนักข่าวกรองของสหรัฐอเมริกา ที่รวบรวมข้อมูล ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกระบุว่า คนในมาเก๊ามีอายุยืนยาวมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยผู้คนมีอายุขัยเฉลี่ย 84 ปีแล้วอะไรที่เป็นเหตุผลให้แหล่งคาสิโนเลื่องชื่อเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้คนมีชีวิตยืนยาวและมีความสุขได้

บางครั้งเงินก็สามารถซื้อความสุขได้ คาสิโน ที่สร้างชื่อเสียงให้มาเก๊าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนอายุยืน มาเก๊าไม่เพียงแต่จะเป็นดินแดนที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกแต่ยังเป็นเขตปกครองที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดด้วยตามรายงานของซีไอเอหรือสำนักข่าวกรองของสหรัฐอเมริกา

คาสิโนมาเก๊ากวาดรายได้จากการพนันอย่างเดียวถึง  1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 1ปี ก็คือในปี 2014 และยังมีอัตราการว่างงานต่ำคงที่คือร้อยละ 1.9 แม้ปัจจุบันจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยบ้าง แต่ก็ได้รายได้จากบ่อนมาช่วยจุนเจือในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็นร้อยละ 80 ของจีดีพีรวมของปีที่แล้ว

"นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ทุกคนต้องเข้าเล่นการพนันในบ่อนคาสิโน และนั่นทำให้รัฐบาลมีเงินมาดูแลพวกเราได้ " คุณตาชานกล่าว

รัฐบาลเคยนำรายได้จาก คาสิโนมาเก๊า มาเป็นสวัสดิการให้ประชาชนรักษาพยาบาลฟรี เป็นเงินบำนาญรายเดือนและเงินอุดหนุนรายปีสำหรับคนอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุยังสามารถใช้บริการด้านสังคมต่างๆ ที่ศูนย์ชุมชนที่ตั้งอยู่ทั่วเมืองฟรี อาทิเช่น ขึ้นรถฟรี ชมการแสดง ทานอาหารกลางวัน เล่นเกมและทัศนศึกษา

รัฐบาลเคยสำรวจคุณภาพชีวิตของคนในช่วงปี 2007 – 2012 และพบว่ามากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจหรือมีความสุขมากกับชีวิต โดยปัจจัยที่มีผลนั้นรวมถึงอากาศสะอาด การศึกษาที่ดีเยี่ยม ความง่ายในการเข้าถึงระบบประกันสุขภาพและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง

การมีชีวิตที่ยืนยาวหมายถึงการค้นพบความสุขในสิ่งเรียบง่าย

ภรรยาของคุณตาชานวัย 80 กว่าปีบอกว่า " ฉันและคุณตาชานมีชีวิตที่เรียบง่าย ฉันกินอาหารง่ายๆ โดยปกติก็กินข้าวเปล่าบ้าง ผักลวกและปลา ฉันไม่กินเนื้อสัตว์ อาหารเช้าก็กินแค่ขนมปังและกาแฟหรือชา  ฉันตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เมื่อลูกๆ พา ฉันไปกินติ่มซำและใช้ชีวิตอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งวัน  ฉันสวมสร้อยข้อมือหยกเส้นบางๆ ทุกวัน มันเป็นของขวัญจากลูกสาวของฉัน มันช่วยให้ฉันรู้สึกอบอุ่น "

“ถ้าคุณยังไม่แต่งงานก็ให้รีบหาคู่ เพราะคุณก็จะมีคนพูดคุยและปรึกษาหารือ กุญแจสำคัญอีกอย่างคือ คุณต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและมองโลกในแง่ดี ชีวิตมันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ” คุณตาชานกล่าว