เปิดเส้นทางรถสายหมอชิต-พนมเปญ

รีบซื้อตั๋วล่วงหน้าโดยโทร.สั่งซื้อทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ให้จองได้ แต่ต้องไปจ่ายเงินและรับใบเสร็จที่ร้านสะดวกซื้อ เมื่อถึงเวลาเดินทางค่อยไปรับตั๋วที่หมอชิต สงสัยอะไรสอบถามได้ที่ call center 1490 มีพนักงานบริการตลอด 24 ชั่วโมง วันเดินทางต้องมีหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วย 

กรณีที่ไม่มีหนังสือเดินทาง ต้องเตรียมรูปขนาด 1 นิ้วไปจำนวน 2 รูป เพื่อใช้ทำบัตรผ่านแดน เส้นทางเดินรถสายนี้ แท้จริงแล้วเปิดจำหน่ายตั๋วตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2555 แต่เกิดปัญหาบางประการ ทำให้วิ่งรถตามเส้นทางไม่ได้ จนถึงปัจจุบันถึงเริ่มวิ่งรถจากประเทศไทยสู่กัมพูชาได้จริงๆ

รถสายหมอชิต-พนมเปญ จะออกจากท่าไปตามทางยกระดับบางปะกง ผ่านแยกพนมสารคาม เขาหินซ้อน เข้าอรัญประเทศ ข้ามแดนไทยตรงตลาดโรงเกลือ แล้วข้ามชายแดนไปฝั่งปอยเปต ศรีโสภณ พระตะบอง โพธิสัตว์กำปงชนัง และสุดทางที่พนมเปญ

ครั้นใกล้ถึงเวลารถออก จึงเดินมาดู ปรากฏว่ายังไม่มีรถเข้ามาจอด หันไปข้างๆ เห็นชาวต่างชาตินั่งรอรถเหมือนกัน แต่ทั้งหมดเดินทางไปเสียมเรียบ ด้วยความแปลกใจและเกิดสังหรณ์อะไรบางอย่าง จึงเข้าไปถามเจ้าหน้าที่จ่ายตั๋ว ได้รับคำตอบว่า รถโดยสารไปพนมเปญไม่มี

ทำเอาตะลึงไปตามๆกัน เมื่อซักถามได้ความว่า เนื่องจากรถคันเก่าปลดระวาง รถคันใหม่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายกัมพูชา จึงไม่อาจเดินทางข้ามประเทศได้ เมื่อถามว่าทำไมไม่บอกให้ทราบว่าไม่มีรถเมื่อจ่ายตั๋วให้ แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน นับเป็นเหตุการณ์ที่ประหลาดมากๆ ที่ทั้งให้จองตั๋วและจ่ายตั๋วให้ แต่ถึงเวลาบอกว่ารถโดยสารไม่มี

โครงการเดินทางด้วยรถ บขส.ไปพนมเปญเป็นอันว่าดับลง แต่เรื่องเงินค่าตั๋วทำอย่างไร เข้าไปขอคืนเงินจากเจ้าหน้าที่แผนกจ่ายตั๋ว ปรากฏว่าเธอให้ทำเรื่องไว้ พร้อมยื่นแผ่นกระดาษให้ 1 แผ่น ในใจอดคิดไม่ได้ว่า เราจ่ายเงินสด แต่เวลารับเงินคืนกลับต้องรออย่างไม่รู้ชะตากรรม แถมเงินเราก็

ต้องนำไปใช้จ่ายระหว่างเดินทางด้วย จึงหันเข้าไปปรึกษานายสถานี ปรากฏว่านายสถานีขอโทษและเดินเข้ามาบอกให้เจ้าหน้าที่คืนเงินให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

แล้วเราจะเดินทางไปพนมเปญด้วยรถโดยสารอย่างไรดี เรามีทางเลือก 2 ทาง คือ
1.นั่งรถตู้ไปตลาดโรงเกลือ แล้วผ่านด่านเข้าไปต่อรถที่ปอยเปต หรือ 
2.นั่งรถ บขส.จากหมอชิตไปตลาดโรงเกลือ แล้วผ่านด่านไปต่อรถที่ปอยเปต เพื่อความว่องไว เราเลือกนั่งรถตู้

แต่รถตู้ก็ไม่ได้ไวตามคาดคิด เพราะออกจากหมอชิตเวลา 10.00 น. ถึงตลาดโรงเกลือเวลา 14.00 น. ใช้เวลาราว 4 ชม. ถึงโรงเกลือต้องรีบผ่านด่านไทย ง่ายมากแค่นำหนังสือเดินทางเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ประทับตรา ไม่ต้องจ่ายแต่อย่างใดช่วงผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชามักชักช้า เพราะมีคนรอคิวมาก วิกฤตินี้กลายเป็นโอกาสให้มีคนเข้ามาอาสา นำหนังสือเดินทางไปประทับตราให้ โดยคิดค่าดำเนินการรายละ 200 บาท พ้นจุดตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาไป เบื้องหน้าคือวงเวียนขนาดใหญ่ รายรอบด้วยรถโดยสารไปเมืองต่างๆของกัมพูชา สายหลักๆ มีอยู่ 2 สาย คือ 1. ไปเมืองเสียมเรียบที่ตั้งของนครวัด นครธม และ 2. ไปพนมเปญ

รถโดยสารเขมรมีเหมือนไทยและไม่เหมือนไทย ส่วนที่เหมือนไทยคือ รถบัสโดยสารประจำทางและรถตู้ ส่วนที่ไม่เหมือนรถโดยสารไทยคือ มีรถเก๋งนั่ง 4-5 คน คิดเป็นรายหัว จากปอยเปตถึงพนมเปญคิดค่าโดยสารคนละ 600-800 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพรถและที่นั่ง ถ้านั่งด้านหน้าคนเดียวจะแพง นั่งเบียดกันด้านหลังถูก นอกจากรถเก๋งรับจ้างแล้ว ยังมีรถกระบะรับจ้าง ทางเลือกนี้เหมาะสำหรับคนเดินทางระยะใกล้ อย่างปอยเปต-ศรีโสภณ ระยะทางประมาณ 50 กม. หรือจากปอยเปต-พระตะบอง ระยะทางประมาณ 120 กม. ราคาถูกกว่ารถตู้มาก การคิดค่าโดยสารคล้ายกันคือ นั่งห้องโดยสารด้านหน้าราคาแพง ถ้านั่งกระบะด้านหลังราคาถูก เราเลือกรถบัสโดยสารประจำทาง เพื่อเรียนรู้รสชาติของชีวิต

เราขึ้นรถท่าปอยเปตราว 15.00 น. รถออกจากท่าราว 17.00 น. แล้วจะถึงพนมเปญเมื่อไร ได้คำตอบจากหนุ่มชาวโพธิสัตว์ว่า ประมาณเที่ยงคืน

แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่ก็ต้องยิ้มออกมาแห้งๆ ขณะที่รถมุ่งสู่ศรีโสภณใช้เวลาเพียง 30 นาที จากนั้นจอดรอผู้โดยสารประมาณ 10 นาที แล้วบ่ายหน้าสู่พระตะบอง อดีตเป็นเมืองที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรปกครอง เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นตำแหน่ง คนสุดท้ายที่อยู่พระตะบองคือ ชุ่ม อภัยวงศ์ พ่อของอดีตนายกรัฐมนตรี ควง อภัยวงศ์

ระหว่างทาง มีผู้โดยสารขึ้นลงตามจุดต่างๆตลอดทาง คนขับเปิดเพลงแขมร์และไทยกล่อมผู้โดยสารดังพอประมาณ จนถึงพระตะบองเวลาประมาณ 19.16 น. ระยะทางประมาณ 120 กม.ยังใช้เวลาเกือบ 2 ชม. แล้วเส้นทางที่เหลือราว 300 กม.จะเป็นอย่างไร คำตอบอยู่ในความมืดรอบๆตัวรถนั่นเอง

รถแล่นผ่าความมืดผ่านโพธิสัตว์เวลา 21.00 น. ถึงกำปงชนังเวลา 12.00 น. และถึงพนมเปญจอดที่ตลาดเดิมโก หรือตลาดต้นนุ่น เวลาประมาณ 02.00 น. ถ้านับจากปอยเปตระยะทางประมาณ 436 กม. ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 10 ชม. แท้จริงแล้วถ้าเหมารถนั่งเก๋งใช้เวลาประมาณ 5 ชม.เท่านั้น