นโยบายรัฐขวางธุรกิจคาสิโนสิงคโปร์ที่กำลังจะเติบโต

 

ภายหลังจากที่เปิดตัวโครงการคาสิโนขนาดยักษ์ 2 แห่งในปี 2556 ได้เพียงปีเดียว สิงคโปร์ก็ก้าวขึ้นครองตำแหน่งตลาดพนันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากลาสเวกัส เมืองคนบาปในอเมริกา เมื่อพิจารณาจากรายได้ยิ่งไปกว่านั้น การมีคาสิโนยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และดึงดูดนักพนันมือหนักเข้ามายังประเทศได้ด้วยการตั้งเงินเดิมพันสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 25 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเงินเดิมพันที่สูงที่สุดในโลกเลยทีเดียว แต่ภายหลังจากที่เปิดตัวอย่างน่าตื่นตาตื่นใจไปแล้ว ธุรกิจคาสิโนแดนลอดช่องกลับหยุดการเติบโต ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลสิงคโปร์ไม่เต็มใจที่จะขยับขยายธุรกิจพนันออกไป รวมถึงผ่อนคลายกฎระเบียบที่เข้มงวดลง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ บรรดานักลงทุนพากันเมินหน้าหนีสิงคโปร์แล้วหันไปลงทุนในมาเก๊าที่มีการเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแทน ไม่นับรวมศูนย์กลางคาสิโนใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วเอเชีย โดยนายเบน ลี ผู้บริหารระดับสูงของไอกามิกซ์ บริษัทที่ปรึกษาด้านคาสิโน กล่าวว่า มีนักลงทุนสนใจสิงคโปร์น้อย เพราะพวกเขายอมแพ้กันไปหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม รัฐบาลสิงคโปร์ยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายคาสิโนในระยะใกล้นี้ โดยนายยูจีน ตัน สมาชิกรัฐสภาซึ่งเป็นอาจารย์สอนกฎหมายประจำมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ แมเนจเมนท์ และทำการศึกษาเรื่องคาสิโนอยู่บอกว่า สิงคโปร์ต้องการแสดงให้เห็นว่าคาสิโนของตัวเองเป็นคาสิโนที่มีกฎระเบียบควบคุมที่ดีที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีคนบางส่วนยกย่องสิงคโปร์ว่าเป็นต้นแบบในการวางกฎระเบียบสำหรับตลาดอื่น ๆ ที่จะตามมาในเอเชีย แต่บรรดานักลงทุน และผู้บริหารในอุตสาหกรรมนี้กลับหวังให้คาสิโนใหม่ ๆ ที่จะเปิดในเอเชียทำตามแบบอย่างคาสิโนในมาเก๊ามากกว่า เนื่องจากมีการควบคุมที่ไม่เข้มงวดเท่า ทำให้มีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าเยอะ โดยตอนนี้นั้น มาเก๊ามีรายได้จากการพนันถึง 7 เท่าของลาสเวกัส

ลาสเวกัส แซนด์ส ซึ่งเป็นเจ้าของ มารินาเบย์ แซนด์ส พยายามขออนุญาตขยายคาสิโนจากทางการสิงคโปร์มาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ นอกจากนี้ บรรดาผู้บริหารคาสิโนยังบอกด้วยว่า กฎระเบียบด้านการพนันของสิงคโปร์กระทบการดำเนินงานของพวกเขา โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะอนุมัติแผนการตลาดของคาสิโนแต่ละแผน แถมยังมีกฎให้นักพนันต้องวางเงินมัดจำ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์เวลาที่จะขอเครดิต ไม่นับรวมการที่ต้องจ่ายค่าเข้าคาสิโนวันละ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือปีละ 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์อีก แถมคาสิโนยังต้องทำตามคำสั่งของครอบครัวที่ขอให้ห้ามคนในครอบครัวที่ติดการพนันเข้ามาเล่นด้วย