เปิดเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองไทย-กัมพูชารับมือ AEC

 

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)อย่างเต็มรูปแบบซึ่งแน่นอนว่าหากก้าวเข้าสู่เออีซีพรหมแดนระหว่างกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะเป็นอิสระเสรีมากยิ่งขึ้นไมว่าจะเป็นระบบการค้า เศรษฐกิจ  การคมนาคมนระหว่างประเทศ การประกอบอาชีพของประชากรทั้ง 10 ประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะระบบการคมนาคมที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะได้รับการพัฒนาในแทบชายแดนระหว่างประเทศนั้นๆ ซึ่งประเทศไทยเองมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น ลาว  พม่า  เวียดนาม กัมพูชา ล้วนแล้วแต่เป็นพันธมิตรที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเทศกัมพูชาซึ่งมีความสำคัญด้านการค้าขายและระบบขนส่งเพราะมีจุดผ่านแดนถาวรขนาดใหญ่คือ  คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างคลองลึก-ปอยเปตของกัมพูชา ดังนั้นสำนักงานนโยบายและแผนขนส่งและจราจรจึงได้ลงพื้นที่ศึกษารายละเอียดและติดตามความคืบหน้าในการปรับปรุงทางรถไฟในอ.อรัญประเทศที่ถือว่าเป็นประตูเมืองที่สำคัญ“

โดยการเดินทางได้ลัดเลาะไปตามถนนที่เชื่องระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา-เวียดนาม   ประกอบไปด้วย 3 เส้นทางย่อยได้แก่ 1.เส้นทางสายเหนือ เริ่มต้นจากกรุงเทพ-อรัญประเทศจ.สระแก้ว (ประเทศไทย)- เมืองปอยเปต-เสียมเรียบ-สตรึงเตร็ง-รัตนคีรี-โอ ดายัฟ(ประเทศกัมพูชา) -ปเลก-กุยเญิณ ประเทศเวียดนาม 2.เส้นทางสายกลาง โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ-อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว-เมืองปอยเปต-พนมเปญ-บาเว็ท(ประเทศกัมพูชา) เมืองม๊อคแบ็ด-โฮจิมินซ์ซิตี้-หวุงเตา(ประเทศเวียดนาม) 3.เส้นทางชายฝั่งด้านใต้โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพ -จ.ตราด-เมืองเกาะกง-กำปอต(ประเทศกัมพูชา)- ฮาเตียน-ก่ามาว-นามคาม(ประเทศเวียดนาม) ซึ่งทั้ง 3 จุดถือว่าเป็นเส้นทางสำคัญในการค้าที่จำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาให้เส้นทางทั้งหมดสามารถเชื่อมโยงกันได้ไม่ว่าจะเป็นเชื่อมโยงด้วยถนน หรือรถไฟก็ตามโดยเฉพาะรถไฟที่ขณะนี้ยังถือว่าขาดการเชื่อมต่อกันในส่วนที่เป็นโครงข่ายทางรถไฟของประเทศไทยนั้นพบว่าจะต้องมีการเพิ่มเติมคือช่วงอรัญประเทศ-คลองลึกอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในพ.ศ.2559 นี้ โดยในจุดคลองลึกนั้นจะบรรจบกับชายแดนประเทศกัมพูชาบริเวณเมืองปอยเปต“

ทั้งนี้ที่ผ่านมาในอดีตประเทศไทยและกัมพูชาเคยเดินรถไฟทะลุข้ามชายแดน แต่ระหว่างเกิดสงครามเมื่อ 40 ปีที่แล้วจึงส่งผลให้ไทยไม่สามารถเดินรถไฟฟ้าเข้าไปถึงประเทศกัมพูชาไดทำให้รถไฟของไทยสิ้นสุดที่สถานีอรัญประเทศเท่านั้น ดังนั้นเมื่อประเทศไทยมีนโยบายที่จะปรับปรุงเส้นทางรถไฟจากคลอง 19 -อรัญประเทศระยะทาง 170 กว่ากิโลเมตร ให้เป็นระบบรางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1 เมตรทั้งหมดจึงเห็นความสำคัญว่าจะต้องสร้างเพิ่มเติมเช้าไปจนสิ้นสุดชายแดนไทยเพื่อให้การเดินทางรถไฟเกิดความเชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชาอักครั้ง เนื่องจากขณะนี้เส้นทางรถไฟสายปอยเปต-ศรีโสภณมีทั้งหมด 48 กิโลเมตรโดยการก่อสร้าง 42 กิโลเมตรแรกซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จไปเมื่อพ.ศ.2555 และส่วนที่เหลืออีก 6 กิโลเมตรซึ่งจะผ่านตัวเมืองปอยเปตไปยังชายแดนไทยยังไม่มีการดำเนินการโดยเรื่องดังกล่าวก็จะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางการประเทศกัมพูชาว่าจะดำเนินการต่อในรูปแบบใด“

นางสร้างทิพย์  ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทวงคมนาคม   กล่าวต่อว่า หากไทยและกัมพูชาก่อสร้างทางรถไฟมาบรรจบกับระหว่างชายแดนคลองลึก-ปอยเปตสำเร็จจะส่งให้ระบบเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศเป็นไปในทิศทางทีดียิ่งขึ้น ประเทศไทยเองจะได้รับประโยชน์ทั้งประเทศ เพราะรถไฟสายอรัญประเทศนั้นถือว่าเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรีซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมสำคัญของไทย

หากดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้วประเทศไทยได้ประโยชน์เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นด้านการขนส่ง การลงทุนด้านการค้า การส่งออกสิ้นค้าผ่านชายแดน เพราปัจจุบันสถานภาพการขนสินค้าข้ามชายแดนไทย-กัมพูชายังถือว่ามีข้อจำจัดอยู่เพราะยังมีเพียงทางเลือกเดียวคือขนส่งทางบกเท่านั้นโดยการขนสินค้าผ่านทางรถยนต์ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของความหนาแน่นเพราะจุดผ่านแดนผู้คนพลุกพล่านไม่มีการแยกช่องทางระหว่างการเดินทางของคนและรถขนสินค้า เวลาการเปิด-ปิดด่านของทั้ง 2ประเทศไม่ตรงกัน ดังนั้นหากสามารถเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสำเร็จจะส่งผลให้การขนสินค้าและการเดินทางของประชาชนสะดวกยิ่งขึ้น เพราะการเชื่อมทางรถไฟจะสามารถขนได้ทั้งคนและสินค้า ..นางสร้อยทิพย์กล่าว