เดอะเวเนเชี่ยน คาสิโนรีสอร์ทครบวงจร

เมกะโปรเจ็กต์ เวเนเชี่ยน มาเก๊า  : โคไต สตริป อาณาจักรคาสิโน รีสอร์ท ครบวงจรที่ เชลดอน อาเดลสัน เจ้าของเนรมิตโครงการให้มีนักท่องเที่ยวเลือกเรียนรู้และสัมผัสครบวงจรมากกว่าการเป็นเพียง คาสิโน รีสอร์ท  สถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ภายในพื้นที่ 80 เฮกตาร์ ออกแบบพื้นที่เชื่อมต่ออาคารห้องพักของโรงแรมและล็อบบี้คาสิโน รีสอร์ท ลัดเลาะบันไดเลื่อนขึ้นชั้น 2 มุ่งหน้าตามป้ายบอกทางตรงไปยัง เดอะ แกรนด์ คาแนลช็อป ลอดประตูเมืองชั้นแรกเข้าไปจะเห็นถึงสถาปัตยกรรมอลังการยก เมืองแห่งน้ำเวนิซอิตาลี  มาอยู่ในพื้นที่ขนาด 1 ล้านตารางฟุต เป็นเวนิสเอเชีย แห่งแรก

การเดินทางไปเดอะเวเนเชี่ยนคาสิโนมาเก๊า  จากสนามบินนานาชาติมาเก๊า มีรถรับส่ง Shuttle bus จากเวเนเชี่ยน รับส่งที่สนามบินมาเก๊า ฟรี! รถจะออกทุก ๆ 15-20 นาที ตั้งแต่เวลา 11 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม ใช้เวลา 5 นาที จากสนามบินนานาชาติมาเก๊า ถึงเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊า 

การเดินทางจากฮ่องกงโดย  COTAIJET COTAIJET เป็นเรือเฟอร์รี่ที่รับส่งระหว่าง ฮ่องกง-มาเก๊า ท่าเรือเฟอร์รี่จะอยู่ในย่าน Sheung Wan ที่ฮ่องกง ซึ่งจะออกทุก ๆ 30 นาที ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า จนถึง ตี 1 COTAIJET ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ถึงมาเก๊า ที่ท่าเรือไทปา และจะมีรถ shuttle bus รับส่ง ไปยังเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊า โดยไม่เสียค่าบริการ ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นค่ะ

จากสนามบินฮ่องกง มีบริการเรือเฟอร์รี่ด่วนไปมาเก๊า ภายในเวลา 1 ชม. โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศุลกากรฮ่องกง

จากสนามบินจูไห่ นั่งรถ Shuttle bus ผ่านด่าน Lotus Bridge จากที่นั่นจะมี shuttle bus จากเดอะเวเนเชี่ยน คอยให้บริการรับ-ส่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดนจะออกทุก 10-12 นาทีตั้งแต่เวลา 9.30 น. – 19.30 น. ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีถึงเวเนเชี่ยน มาเก๊า

จากสนามบินฮ่องกง มีบริการเรือเฟอร์รี่ด่วนไปมาเก๊าภายในเวลา 1 ชม. โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศุลกากรฮ่องกง

จากสนามบินกวางเจา ใช้บริการรถโค้ชไปลงที่ Zhuhai Xinhe Coach station (อยู่ฝั่งตะวันออกของด่านกงเป่ย) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกงเป่ยก่อนเดินทางเข้าสู่มาเก๊า บริเวณนั้นจะมีจุดบริการรถ shuttle bus รับส่งของเดอะเวเนเชี่ยน   ซึ่งจะออกทุก ๆ 5-10 นาที ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าไปจนถึงเที่ยงคืน โดยไม่เสียค่าบริการ (จากกวางเจาถึงมาเก๊า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง)

จากสนามบินฮ่องกง มีบริการเรือเฟอร์รี่ด่วนไปมาเก๊าภายในเวลา 1 ชม. โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศุลกากรฮ่องกง

ปากประตูทางเข้าเมืองถูกสร้างตามตำนานจากความเชื่อ แบบตะวันตกว่าก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเหยียบย่างเข้าสู่เมืองจะมีนักบุญ อุปถัมภ์ เก่าแก่ ยืนตระหง่านอยู่บน เสาหินโบราณต้นแบบเดิมในเมือง    เวนิซ  2 คน คือ เซนต์มาร์กกับเซนต์ธีโอออร์ซี่ ยืนอยู่บน เสาหินให้การ ต้อนรับ รวมทั้งคอยเฝ้าดูผู้คนที่ผ่านเข้าออกไม่คลาดสายตา เสานี้ถูกสร้าง ปี ค.ศ.1172 โดยฝีมือวิศกรนิโคโล บารัตเตียรี่ ผู้ที่ได้รับสิทธิในการตั้งโต๊ะเพื่อเล่นพนันระหว่างเสา 
      
เพื่อเป็นเคล็ดความสำเร็จการก่อสร้างของบารัตเตียรี่จึงได้ ความนิยม อย่างสูง รวมทั้งเป็นที่มาของเครือเวเนเชี่ยนฯ นำหลักฮวงจุ้ยมาใช้ บริเวณลานกว้างใจกลางเมืองตึกแรกที่จะเห็น คือ ปราสาทแห่งดอจจ์  (Doges Palace) สถาปัตยกรรมแบบโกธิก เคยเป็นที่อยู่ของดอจจ์ ผู้ปกครองชาวเวนิซมาหลายศตวรรษ ภายหลังต่อเติมต้นแบบปัจจุบันคือปี ค.ศ.1340 ยุคสมัยแห่งสวรรค์ของทินโตเรตโต้ เชื่อกันว่าภาพวาดบนผืนผ้าใบใหญ่สุดในโลก รวมทั้งมีคุกในปราสาทที่คาสโนว่าเคยหลบหนี เมื่อปี ค.ศ.1755 ส่วนเจ้าของเวเนเชี่ยน เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของเซนต์มาร์ก ตามที่นักบุญ จอห์น เดอะ แบบติ๊ส กล่าวไว้ว่า เป็น พระวจนะของพระเจ้า เป็นเสมือนสิงโตคำราม ตรงกับเวเนเชี่ยน มาเก๊า ใช้สิงโตติดปีกเป็นสัญลักษณ์

พื้นที่คดเคี้ยวรูปทรง 4 เหลี่ยมรอบเมืองเวนิซ  มีตึกสูงตั้งเรียงรายสูงเสียดท้องฟ้าจำลอง บรรยากาศยามเย็นแบบสลัวๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเมืองหนาวสุดแสนโรแมนติกทุกตึกตั้งติดคลองจริงกว้าง 490 ฟุต เชื่อมต่อกันถึง 3 คลอง ที่ซื้อน้ำมาใส่กว่า 2.2 หมื่นลูกบาศก์เมตร เทียบแล้วเท่ากับสระโอลิมปิกรวมกัน 11 สระ คลองแต่ละจุดจะมีอู่เรือและท่าเรือสีขาวเป็นจุดจอดเรือ กอนโดลา ต้นตำรับอิตาลีไว้บริการ 51 ลำ เป็นเรือไม้โบราณแกะสลักลายลงแล็กเกอร์มันวาวประดับด้วยดอกไม้หอม ฝีพายแต่งชุดกะลาสีลายดำคาดแดงระหว่างพายให้คู่บ่าวสาว คู่รัก คู่ฮันนีมูน

ระหว่างรอยต่อแต่ละคลองจะมีส่วนโค้งให้เรือลอดผ่านเรียกกันว่า สะพานแห่งเสียงคร่ำครวญ ( The Brigde of Sighs) อยู่ทางด้านขวาของปราสาทดอจจ์และเป็นจุดเชื่อมห้องปริศนาของปราสาทกับคุกเก่า ชื่อนี้มาจากวรรณกรรมโรแมนติกกล่าวขานกันว่า จะได้ยินเสียงคนถูกลงโทษคร่ำครวญ อันน่าสะพึงกลัวจากสะพานแห่งนี้ ทางด้านขวาของดอจจ์มีปราสาทขนาดมหึมาอีกหลัง The CADORO มีความหมายว่า บ้านแห่งทองคำ  สร้างใน ค.ศ.1420 ตามคำสั่งของ มารีโน คอนตารินี ซึ่งต้องการออกแบบให้เมืองเวนิซมีความโดดเด่นด้วยสีแผ่นทองคำและสีแดง แต่ภายหลังถูกบารอน ฟรานเซตติ กูรูศิลปะซื้อไปบูรณะจนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง 

เชลดอน อาเดลสัน : เจ้าของเวเนเชี่ยนมีความมั่นใจว่าในมาเก๊าได้เหมือนจริงมากที่สุด สถาปัตยกรรมจำลองเมืองเวนิซภายในพื้นที่ทั้งหมดมีหลายส่วนที่อบอวลไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง เช่น Palazzo Contarini-Fasan ตามตำนานท้องถิ่นอาคารหลังนี้ครอบครัวตารินี่ ผู้ทรงอิทธิพลและมั่งคั่งเป็นเจ้าของ ผลงานชิ้นเอกของเวนิซสร้างโดย จอห์น รัสกิน บ่งบอกถึงความงามและความสูงศักดิ์ที่เข้ากับบ้านธรรมดาได้ อีกทั้งยังรู้จักกันในนาม บ้านของเดสดีโมนา จากโอเตลโล่ ของ วิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ หรือแม้แต่ หอนาฬิกา (The Clock Tower) ติดผนังอาคารลักษณะเหมือนดวงจันทร์ หน้าปัดเคลือบพื้นสีฟ้า มีตัวเลขทำจากสัตว์ราศีต่างๆ บอกเวลา มีเรื่องราวว่า โมริ แม่พระพรหมจรรย์และกุมารในปลายศตวรรษที่ 15 จะออกมาตีระฆังทุกชั่วโมง สุดท้ายเป็นหอระฆัง The Campanile Tower 
        
สมัยนั้นสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ 2 อย่างเป็นหอสังเกตการณ์ทางการทหารและไฟนำทางการเดินเรือ บรรยากาศรอบเมืองเวนิซใน เวเนเชี่ยน มาเก๊า : เดอะ โคไต สตริป นั้น รอบเมืองมีร้านค้าปลีก 350 ร้าน ภัตตาคารดัง 30 แห่ง ฟู้ดคอร์ตอาหารนานาชาติ 1,000 ที่นั่ง คลอง 3 คลอง สะพานเรียลโตกว้าง 157 เมตร เรือกอนโดลา 51 ลำ นักแสดงบนถนนสตรีตโมสเฟียร์ 60 คน จะคอยเอ็นเตอร์เทนผู้คน

การเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ : ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงมา 5 เที่ยว/วัน ไทย แอร์เอเชีย 3 เที่ยว/วัน กับแอร์มาเก๊า 2 เที่ยวต่อวัน แท็กซี่จากสนามบินไปโรงแรมประมาณ 250 บาท/เที่ยว หรือจะบินไปทางฮ่องกงเข้าสนามบิน เช็ก แล็ป ก๊ก  มีเรือออกทุก 30 นาที ตั๋วเรือราคา 500 บาท/เที่ยว