หอการค้าสงขลาดึงนักธุรกิจมาเลย์ผุดโรงแรม กาสิโน

คาสิโน

 

นายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า วันนี้นโยบายต่าง ๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะเดา ตำบลสำนักขาม ตำบลสำนักแต้ว และตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา ยังมีความไม่ชัดเจน ประการแรก เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาเป็นแห่งเดียวที่มีพรมแดนติดกับประเทศที่เจริญกว่าอย่างมาเลเซีย ยอดการค้าชายแดนทั้งนำเข้าและส่งออกในแต่ละปีสูงถึง 5 แสนล้านบาท แต่สิทธิประโยชน์กลับได้เท่ากันกับเขตอื่น ทำให้ไม่ดึงดูดนักลงทุน ขณะที่ผ่านมาเรามีเขตเศรษฐกิจเฉพาะกิจใน 3 จังหวัด 4 อำเภอที่ได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่านี้ ก็ยังไม่มีใครมาลงทุนเลย ที่สำคัญราคาที่ดินเอกชนตอนนี้พุ่งสูงมาก 

ขณะที่ที่ดินกรมธนารักษ์มีเพียง 1,095 ไร่ ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องผังเมือง แต่ถ้าชัดเจนเมื่อไหร่จะเป็นโอกาสที่จะทำในเชิงพาณิชย์ เรื่องการท่องเที่ยว ศูนย์โลจิสติกส์ ศูนย์กระจายสินค้าโอท็อป อำนวยความสะดวกทั้งผู้ที่เข้ามาและออกไป เป็นการกระจายความแออัดของพื้นที่ชายแดน ขณะเดียวกัน เราต้องรู้ว่านักลงทุนต้องการอะไร ซึ่งจังหวัดสงขลามีชายแดนติดกับ 4 รัฐของมาเลเซีย คือ รัฐปะลิส รัฐเกดะห์ รัฐปีนัง และรัฐเประ ส่วนมากเป็นชาวจีนมาเลย์ที่ปัจจุบันไม่ชอบใจกฎหมายที่ให้คนพื้นเมืองเชื้อสายมลายู หรือภูมิบุตรต้องถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 25% ดังนั้น เราต้องฉวยโอกาสนี้ดึงให้เขาย้ายถิ่นมาลงทุน ซึ่งรัฐและเอกชนต้องแท็กทีมกันไปโรดโชว์ พูดคุยเชิญชวนเพื่อมาลงทุนบนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของเราที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 แสนไร่

ด้านนายบวรเพชร อิ่มประพันธ์ตรี กรรมการที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลาพบอุปสรรคต่อการลงทุน คือ ที่ดินของภาครัฐมีไม่มาก นอกนั้นเป็นของเอกชน บางรายมีแปลงขนาดใหญ่ 50-300 ไร่ โดยราคาที่ดินขณะนี้เฉลี่ย 3-10 ล้านบาท/ไร่ ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุน โดยราคาที่ดินที่เหมาะสมกับการลงทุนภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1 ล้านบาท/ไร่ ขณะที่โรงแรมขนาดใหญ่หรือกาสิโนอาจจะลงทุนได้

บางรายมีที่ดินจำนวน 300 ไร่ ขายหมดลอตตกประมาณ 1,600 ล้านบาท จึงเป็นอุปสรรคต่อการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม เมื่อดูแล้วหากราคาที่ดินเป็นอย่างนี้ ที่เหมาะสมในการลงทุนที่สุด คือ เมืองปลอดภาษี สามารถลงทุนสินค้าทั่วไป ตั้งแต่ สุรา บุหรี่ เสื้อผ้า เป็นต้น แต่ละรายสามารถลงทุนได้รายได้ 2-10 ล้านบาท

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ดินบริเวณในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อไร่ร้อยละ 30-35 ที่ดินใกล้เคียงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนสะเดา มีราคาเพิ่มสูงขึ้นประมาณร้อยละ 20 มีนักลงทุนเข้ามากว้านซื้อเพื่อทำกำไร