สิงคโปร์ โมเดลแห่งการก่อตั้งคาสิโน

คาสิโนสิงคโปร์

กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นว่า ประเทศไทยจะมี คาสิโน จริงหรือไม่ แต่ว่าหลายๆเสียงก็ออกมาพูดว่า มันควรจะมีตั้งนานแล้ว เพราะตั้งแต่ทศวรรษที่ผ่านมา การเปิดคาสิโนกลายเป็นเทรนด์ฮิตในเอเชียไปแล้ว แม้แต่ประเทศสิงคโปร์ ที่เคยบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีการก่อตั้งคาสิโนขึ้นมาในประเทศได้เลย ก็มีการก่อตั้งขึ้นมาในปี 2009 ประเทศไทยจะเริ่มมีตอนนี้ยังไม่สาย ซึ่งอาจจะมีคนคัดค้านอยู่บ้าง แต่ว่าในเชิงประโยชน์ จะเด่นในเรื่องของเศรษฐกิจล้วนๆ อย่างแรกเลยที่เป็นที่ยอมรับอย่างสากลคือ การเพิ่มของการจ้างงานคนในพื้นที่ ได้ภาษี กระตุ้นเศรษฐกิจค้าปลีกค้าปลีกในพื้นที่ เพิ่มจุดขายด้านการท่องเที่ยวเที่ยว ดึงเงินเข้าในประเทศ เพราะส่วนใหญ่แล้วการสร้างคาสิโนจะสร้างในรูปแบบเป็นกึ่งคอมเพล็กกึ่งรีสอร์ท มีทุกๆอย่างในที่เดียว อย่างสิงคโปร์ ก็อย่างเช่น มารีน่า เบย์ แซนด์ ในกรณีของสิงคโปร์ ถ้าจะตัดเรื่องศีลธรรมออกไป แล้วมองในด้านของเศรษฐกิจ มันมีประโยชน์มากกว่าโทษอย่างแน่นอนแต่ต้องอยู่บนการจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วย ก็จะนำมาสู่ความรุ่งเรือง ยกตัวเลขตั้งแต่ปี 2009 มา ณ ปัจจุบัน สิงคโปร์มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จาก 9.7 ล้านคน เป็น 15.4 ล้านคน อัตราการจองห้องพักก็เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 24 เปอร์เซ็นต์ สร้างงานให้แก่คนในประเทศกว่า 30,000 ตำแหน่ง มีเม็ดเงินถึง 1.9 แสนล้านดอลล่าร์สิงคโปร์ 

Resort-world-sentosa

นอกจากนี้สิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศที่ทำรายไห้จากคาสิโนเป็นกอบเป็นกำ พัฒนาเศรษฐกิจเพียงเท่านั้น ยังเป็นประเทศที่ได้กำไรจากการเปิดธุรกิจด้านคาสิโนมากที่สุดในโลกด้วย โดยคาสิโนสองแห่ง อันดับหนึ่งคือ มารีน่าเบย์แซนด์ และรีสอร์ทเวิลด์เซนโตซ่า สองที่นี้กำไรเป็นอันดับหนึ่ง และสองของโลกประจำปี 2014 นำหน้าเวเนเชี่ยน มาเก๊า ที่เป็นสวรรค์คาสิโนอันดับหนึ่งของโลก แต่ในมุมมองของนักลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า โมเดลนี้ไม่เหมาะกับการทำคาสิโน เพราะมันมีความเป็นสิงคโปร์เกินไป มีแบบแผน มีกฎ และมีความเข้มงวดเคร่งงวดเกินไป เนื่องจากไม่อนุญาตให้ขยายกิจการ ยกตัวอย่างเช่น คนที่จะเข้าคาสิโนต้องถูกหักเงินมัดจำเป็นจำนวนกว่า 2 ล้านกว่าบาทจากบัตรเครดิต และต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้ารายวันต่อหัว อีกทั้งคาสิโนต้องทำตามคำขอของครอบครัว ที่ไม่อนุญาตให้คน หรือสมาชิกในครอบครัวเข้าเล่นเนื่องจากมีปัญหาเสพติดการพนัน หากคาสิโนทำผิดกฎหมายต้องถูกเสียค่าปรับร้อยละ 10 ของรายได้ต่อปี และกฎอีกหลายข้อมากมาย ซึ่งในเชิงของนักลงทุนแล้วต้องการแผนแบบมาเก๊า ที่มีการเปิดอย่างเสรี สิงคโปร์จึงถือได้ว่าเป็นคาสิโนแห่งคุณธรรม สำหรับการเติบโตด้านธุรกิจคาสิโน อาจจะต้องเล็งไปที่มาเก๊า บรรดานักลงทุนต่างให้ความสนใจมากกว่า สำหรับในเมืองไทยแล้ว ก็ได้แต่หวังว่า จะมีการเสนอให้ผ่านกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและหลายองค์ประกอบของประเทศด้วย ก็คงต้องติดตามกันต่อไป